China Trip~จิ่วไจ้โกว-เฉินตู (ภาคปลาย)
posted on 06 May 2007 02:31 by avanti in etcทริปจิ่วไจ้โกว-เฉินตู ต่อจากคราวที่แล้วฮ่า~
เริ่มเลยแล้วกันเน้
.
=========================
.
.** warning ยาวแท้+แปะกว่า 26 รูป...เน็ต 56k ออร์ บิโลว โหลดอาจโหดนะเคอะ!! **
.
ยังคงอยู่ที่อุทยานหวงหลงนะคะ เดินขึ้นเขาไปสูงได้อีก!

พอเริ่มขึ้นไปได้ซักสามกิโล จะให้ได้ชัดว่าผู้คนเบาบางลงถนัดตาทีเดียว... (เห็นวิวชัดขึ้น 55+) ส่วนอาคารสีเหลืองๆทางขวานั่นเป็นห้องบริการออกซิเจนค่ะ ออกซิเจนน่ะฟรี แต่ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะคิดค่าอุปกรณ์ประมาณหยวนนึงมั้ง? มีตั้งอยู่เรื่อยๆ คนก็ใช้บริการเยอะค่ะ

เดี๋ยวจะว่ามีแต่น้ำแข็งกะหิมะ เขียวๆแบบนี้ก็มีนะคะ



ที่ราวๆ 3400 เมตรจะมีวัดอยู่ค่ะ อ่านจากป้ายข้างทางเขียนไว้ว่า Middle Temple ส่วนชื่อภาษาจีนแน่นอนว่าอ่านไม่ออกค่ะ! วัดนี้เป็นวัดค่อนข้างเก่าค่ะ เป็นหลังเดี่ยวๆเท่าที่เห็นในภาพสุดท้ายเลย (ส่วนภาพที่สองหลังเล็กนั่นอยู่ใกล้ๆกับวัดค่ะ) จริงๆแล้วคิดว่าน่าจะเข้าไปชมได้ แต่ก็ไม่ยักจะเห็นคนแวะเท่าไรเลยน่ะสิ...
ที่จุดสูงสุดของหวงหลง (หรือเดินขึ้นไปประมาณ 4,200 เมตร เอิ้ก~!) เป็นจุดที่ว่ากันว่าสวยที่สุดของหวงหลงแล้วค่ะ บนนั้นจะมีบ่อน้ำห้าสี หรือ Five-coloured Pool ซึ่งในช่วงน้ำน้อยอย่างเมื่อตอนที่ไปนี้ก็ยังมีน้ำอยู่เลยค่ะ ...แต่เราขึ้นไปไม่ถึงหรอกนะ ฟังเค้าเล่ามา ที่ต้องรีบลงมาก่อนจะได้ไปถึงยอดเพราะกลัวกลับไปรถไม่ทัน แต่ก็คุณลุงในทัวร์เดียวกันที่เค้าขึ้นไปถึงยอด เค้าเอาเครื่องนับก้าวไปด้วย ปรากฏว่าแค่ขึ้นอย่างเดียว 7,700 ก้าว..ไปกลับก็คูณสองเข้าไป ประมาณ 15,400 ก้าว...เดินขึ้นเดินลงขนาดนี้สามชั่วโมงไม่พอออออ T[]T
รูปสุดท้ายกับหวงหลง ลองถ่ายตอนลงดูบ้าง...ทำไมมันดูชันกว่าความเป็นจริง?

.
ออกจากหวงหลงแล้วก็ฝ่าสมรภูมิการนั่งรถลัดเขาอันยาวนานตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันสามทุ่มครึ่ง (เกดรอดมาด๊าย!) เพื่อไป เม่าเซี่ยน ค่ะ ถ้าดูจากแผนที่เมื่อคราวที่แล้วก็คือวงกลมสีชมพูใต้หวงหลงนั่นเอง
ที่เม่าเซี่ยนนี่ไกด์บอกว่ามีจามรีเยอะ และมีสีขาวด้วย! (ปกติแล้วจะเห็นแต่จามรีสีดำซะมาก) แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ไปที่ไหนเป็นพิเศษในเม่าเซี่ยน เพราะกว่าจะถึงก็มืดแล้วค่ะ
.
ออกจากเม่าเซี่ยนก็ยังไม่พ้นภูเขา นั่งรถต่อเพื่อไป เล่อซัน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของมณฑลเสฉวนค่ะ (ในแผนที่ทำเครื่องหมาย ? ไว้ เพราะหาไม่เจอ... ไม่รู้รถมันไปทางไหนด้วย หลับ!)

ถ่ายจากบนรถระหว่างทางค่ะ ยิ่งลงใกล้เมืองมากขึ้น ชุมชนบนภูเขาก็เจริญและหนาแน่นขึ้นตามไปด้วย
.
และแล้วก็ถึงเล่อซันจนได้~ ที่นี่ ได้มีโอกาสขึ้นเรือไปไหว้หลวงพ่อโตแห่งเล่อซันค่ะ
หลวงพ่อองค์นี้แกะสลักบนผาซึ่งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำค่ะ ซึ่งไกด์เล่าว่า สร้างขึ้นตั้งแต่ปี(ค.ศ.?) 700 กว่าๆ และใช้เวลากว่า 90 ปี เพราะใช้แรงงานคนไปแกะสลักค่ะ ทั้งนี้ สร้างขึ้นเนื่องมาจากว่าสมัยก่อนแถวนี้เกิดอุทกภัยประจำ จึงสร้างองค์หลวงพ่อโตไว้กลางน้ำเพื่อคุ้มครองไม่ให้เกิดอุทกภัยอีกค่ะ


นอกจากนี้ เกาะกลางแม่น้ำที่ว่าก็ยังเรียกกันว่าเป็น "พระนอน" ด้วย เพราะมองดูเหมือนพระพุทธกำลังนอนหงายอยู่... มองกันออกไหมเอ่ย (ทางซ้ายของรูปที่ยื่นออกมาบนเกาะนั่น เจดีย์น่ะ)
.
ที่ต่อไป อีกหนึ่งรายการไฮไลท์ของทริปนี้ก็ยังอยู่ในเขตเมืองเล่อซันค่ะ แต่นั่งรถต่อไปอีกไม่ไกลมาก ก็จะถึง เอ๋อเหมยซันค่ะ
ถ้าพูดถึงชื่อ เอ๋อเหมยซัน ก็อาจจะไม่คุ้นหูกันเท่าไรนัก แต่ถ้าเรียก เขาง๊อไบ๊ ก็คิดว่าน่าจะเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างจากหนังจีนกำลังภายในทั้งหลายนะคะ 55+
ว่าด้วยง๊อไบ๊ ถือกันว่าเป็น 1 ใน 4 เขาที่สำคัญที่สุดทางพุทธศาสนาของจีนค่ะ ดังนั้น จึงอาจจะไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักถ้าบนเขานี้จะมีวัดอยู่ถึง 114 วัด!! ที่มีเยอะขนาดนี้ก็เพราะก่อนที่พุทธศาสนาจะเข้ามาในจีน ที่นี่ก็มีวัดในลัทธิเต๋าอยู่แล้วด้วยค่ะ พอรับศาสนาพุทธเข้ามาก็เลยเปลี่ยนเป็นวัดพุทธมหายานค่ะ และอีกนิดนึงเกี่ยวกับง๊อไบ๊ คือ ที่นี่มีสัญลักษณ์เป็น"ลิง"ค่ะ ด้วยเหตุที่ว่าแต่ก่อนเขานี้มีลิงเยอะมากๆนั่นเอง
การขึ้นง๊อไบ๊จะต้องขึ้นรถบัสเล็กที่มีจัดไว้บริการค่ะ... แต่ไม่ฟรีหรอกนะ (ที่ไปนี่รวมไว้ในค่าทัวร์แล้ว เลยไม่รู้ว่ากี่หยวน)
เมื่อนั่งรถวนขึ้นเขา(อีกแล้ว)ไปได้ประมาณเกือบสองชั่วโมงก็ถึงจุดนั่งกระเช้าเพื่อขึ้นไปบนยอดสูงสุดของง๊อไบ๊ ยอดJinding ซึ่งนอกจากจะมีวัดสีทองและพระพุทธรูปทองขนาดมหึมาแล้ว จุดน่าสนใจคือ ตรงยอดนี้จะสูงพ้นเมฆหมอกทั้งหลายที่ปกคลุมง๊อไบ๊อยู่ค่ะ! จากท้องฟ้าอึมครึมหมอกมัวตั้งแต่ขึ้นเขามา ถึงบนนี้ แสงส่อง ฟ้าใสดิ๊ง ไม่มีขี้เมฆซักปะติ๋ว ผิดกะข้างล่างลิบ... โอ ประทับใจจอร์จ~ (แต่ก็ลมโกรกและหนาวดึ๋ยกว่าข้างล่างลิบเช่นกัน = =)
แปะรูปที่เก็บมาได้จากบนJindingนี้กันเล้ย
จากที่ลงกระเช้า ก่อนจะไปถึงพระพุทธรูปและวัดต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกนิดนึงค่ะ ซึ่งตรงบันไดนี้จะกว้างมากๆ และมองขึ้นไปเห็นองค์พระพุทธรูปทองพอดี สองข้างบันไดมีรูปช้างเผือกหกงาประดับอยู่ด้วยค่ะ


องค์พระพุทธรูปทองค่ะ... ชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Multi-dimentional Samantabhadra ...อา ประทับใจชื่ออังกฤษยิ่งนัก... T T
ข้างหลังพระพุทธรูปนี้เองก็เป็นวัดทองค่ะ (อ๊ากกก รูปมืดดดดด...แต่ทำไมท้องฟ้าแสงดูโกหกมาก =[]=)

ใกล้ๆก็เป็นอาคารสีเงินค่ะ ข้างหน้ามีส่วนที่เป็นวัดอยู่นิดหน่อย ที่เหลือเป็นofficeกับเปิดเช่าวัตถุมงคล?

รูปว่าด้วยความเหนือเมฆ!... ขาวๆนั่นเมฆค่ะ!


บนยอดนี้อย่างเดียวก็ปาไป 6 รูปแล้ว แหะๆ อาจจะเยอะหน่อยสำหรับที่ๆเดียว แต่เราประทับใจบนนี้มากจริงๆค่ะ > <~ ใครได้มาเที่ยวแถวนี้ต้องไปขึ้นให้ได้นะ!!
ใ.
ลงจากJinding แล้วขึ้นกระเช้าต่อ แต่คราวนี้ไม่สูงพ้นเมฆแบบคราวที่แล้ว เพื่อไปวัดWannian หรือวัดหมื่นปีค่ะ
วัดนี้จะต้องเดินขึ้นบันไดมากหน่อย300 กว่าขั้น(สามารถขึ้นภูเขาทองที่วัดสระเกศได้เลยทีเดียว) บันไดเป็นหินไม่กว้างนัก สองข้างทางตรงนี้ก็เป็นต้นไม้เขียวสูงๆตามประสาป่าเขา ให้อารมณ์เหมือนฉากในหนังกำลังภายในที่มักจะมีจอมยุทธใช้วิชาตัวเบาบินๆอ้อมต้นไม้สู้กันแบบนั้นเลย 55
ตรงนี้จริงๆแล้วมีตัวอาคารวัดเยอะอยู่ เพราะมีพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์ประดิษฐานอยู่มาก เช่น รูปพระโพธิสัตว์ผู่เสียนทรงช้าง ...แต่ไม่เอารูปขึ้นนะคะ เพราะรู้สึกว่าจริงๆแล้วเค้าห้ามถ่ายรูปในตัวอาคารวัดที่มีพระพุทธรูปอยู่ เอารวมๆไปดูก่อนแล้วกัน ^^;;

.
หลังจากไหว้พระกันเสร็จก็ลงไปไหว้ต่ออีกที่วัดBaogoa วัดนี้อยู่ตีนเขาเลยค่ะ แทบจะระดับเดียวกับพื้นข้างล่างเลยด้วยซ้ำ
ก่อนเข้าวัดจะเจอคู่นี้ยืนรับอยู่หน้าประตู...

ผู้หนึ่งเมียหนึ่ง รูปนี้ตัวเมียค่ะ เพราะเหยียบลูกตัวน้อยอยู่ ถ้าเป็นตัวผู้จะเหยียบลูกแก้วกลมๆค่ะ (เราก็เพิ่งรู้นะเนี่ย...)
ภาพรวมๆ ถ่ายตรงลานกลางวัดค่ะ

และรูปสุดท้ายกับวัดนี้และกับเอ๋อเหมยซันแห่งนี้ เป็นหอเล็กๆภายในเขตวัดค่ะ~

.
หลังจากชมเอ๋อเหมยซันกันเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับเฉินตูกันแล้ว...หรือพูดได้อีกอย่างว่าจะได้เข้ากรุงกันเสียที(ฮา)
นั่งรถบัสทัวร์แค่ 3-4 ชั่วโมงก็ถึงค่ะ ซึ่งพอเข้าเขตเมืองใหญ่ปุ๊บจะสามารถรู้ได้ทันที เพราะบนถนนรถจะติดเป็นแพในบัดดล... นี่เรื่องจริงนะเคอะเนี่ย = =!! (ชวนคิดถึงกรุงเทพบ้านเฮาอย่างยิ่ง) คืนนั้นก่อนเข้าโรงแรมก็ไปชมโชว์เปลี่ยนหน้ากากค่ะ(จำชื่อไม่ได้ว่าของโรงไหน) การแสดงจริงๆแล้วจะมีเป็นชุดๆ ประมาณ 7 ชุด เป็นโชว์กลบ้าง หุ่นเล็กบ้าง งิ้วบ้าง มีเปลี่ยนหน้ากากจริงแค่ชุดเดียวเองค่ะ เหอๆๆ ^ ^;;
ไม่สามารถถ่ายรูปมาได้เพราะจนปัญญาจริงๆ...แต่ตัวโชว์เปลี่ยนหน้ากากก็ดีจริงๆนั่นแหละ!
หลังจากชมเสร็จ ก็ออกจากโรงแสดงไปเดินเล่นถนนนักท่องเที่ยวในบริเวณโรงแสดงค่ะ ถนนนี้จะประดับแบบโบราณหน่อย และมีร้านขายของต่างๆกับซุ้มขายของกินเรียงรายอยู่ตลอดทางค่ะ บรรยากาศคล้ายๆเวลาไปเดินงานเทศกาลตอนกลางคืน

ตรงนี้เป็นโซนร้านขายของค่ะ แสงในนี้จะส้มๆไปหมดด้วยโคมไฟตามทาง อย่างที่เห็นในรูปเลยค่ะ
.
วันสุดท้ายของการเดินทาง กับสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายที่เอนทรี่ที่แล้วมีคนบอกว่าอยากดู(555) ไปดูหมีแพนด้า หมีแพนด้า หมีหมีแพนด้า~กัน ที่ศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์หมีแพนด้าเฉินตูค่ะ~
หน้าศูนย์จะเจอสัญลักษณ์ที่เห็นเด่นเป็นสง่าอยู่กลางถนน เจ้าแพนด้าหินกินใบไผ่ตัวนี้นี่เอง

ที่นี่นอกจากแพนด้าสีขาวดำอย่างที่เราๆท่านๆรู้จักกันดี ก็ยังมีแพนด้าแดงด้วยค่ะ... ซึ่งพอดูแล้วมันก็แร็คคูนดีๆนี่เองไม่ใช่เรอะ...? ดังนั้นเลยไม่ได้เอารูปมาลง ไปจีนทั้งทีมาดูแพนด้าขาวดำดีกว่าเนอะ~ อย่างในรูปข้างล่างนี่ เป็นบริเวณของลูกแพนด้าค่ะ มีหลายตัวอยู่ ตัวเล็กๆกลมๆกลิ้งๆ นั่งสมาคมกันเป็นก้อน เราว่าตรงนี้ยังกับโรงเรียนอนุบาลเลย ^ ^;

อืม...มีของเล่นด้วยนะ โรงเรียนอนุบาลจริงๆด้วย!! (อยากเห็นลูกแพนด้าขี่เป็ดกับเล่นลูกบอลนั่นจัง...)

ซูมอัพกับสมาคมเจ้าหนูแพนด้า นั่งทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้สิ: P
แต่ลูกแพนด้าพวกนี้มันน่ารักจริงๆนะคะ ตัวเล็กๆแล้วกลมขนๆ เดินก็ขี้เกียจ เอาแต่นั่งๆนอนๆไม่ก็กลิ้งไปกลิ้งมา กรี๊ด~~~ ตรงนี้คนมาดูเยอะมากค่ะ บางคนก็หยุดอยู่เสียนานแทบไม่อยากเดินต่อด้วยซ้ำ... ก็มันน่ารักจริงๆนี่นา!!!
เอ้า เลิกโลลิ(?)แล้วไปดูตัวใหญ่ๆกันบ้าง

สงสัยว่าเวลาช่วงที่ไปเดินชมจะเป็นเวลาให้อาหารด้วยมั้งคะ ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนเลยเห็นแต่แพนด้านั่งเคี้ยวไผ่แจ้บๆไปเสียทุกตัว = =; อืม...แต่เท่าที่เห็นมา หมีแพนด้าถ้าไม่กินก็นั่งกลิ้งล่ะค่ะ ขี้เกียจถึงขั้นที่ว่าเห็นมันลุกขึ้นมาเดินทีไร ไม่เคยได้เกินสามก้าวแล้วก็แหมะลงไปอีก โอว... (ยกเว้นตอนเดินไปเอาอาหาร ทีอันนั้นล่ะเดินได้ยาวเชียว แหม่!)

อันนี้กินแบบทริปเปิ้ล~ ถ่ายได้ใกล้ติดขอบรั้วแบบไม่ต้องซูมเพราะเวลามันกินก็กินอย่างเดียว(จริงจังมาก) ไม่สนใจฟ้าดินเลยค่ะ เหอๆ
ก่อนจะออกจากสวนหมีก็ไปเจออะไรน่ารักๆเข้า...ไม่แพ้ลูกแพนด้าเลยนะคะ!

นั่นคือกลุ่มน้องหนูอนุบาลที่คุณครูพามาทัศนศึกษานั่นเอง จับมือเพื่อนข้างๆกับเสื้อเพื่อนข้างหน้าเดินเรียงต้อยๆมาเป็นแถว ส่งเสียงโล้งเล้งงุ๊งงิ๊งกันมาแต่ไกล จริงๆแล้วมาเป็นแถวยาวกว่านี้เยอะค่ะ แต่ถ่ายมาแค่นี้...อดไม่ได้ หนูๆเค้าน่ารักจริงๆนะคะ~! (บริสุทธิ์ใจ *_*)
.
ช่วงบ่ายวันสุดท้าย กลับเข้าตัวเมืองไปเดินซื้อของที่ตลาดใต้ดิน อยู่ใต้ดินจริงๆนะคะ ไม่ใช่ความหมายนัยประหวัด! ทางลงตลาดใต้ดินจะอยู่บนทางเท้าค่ะ พอเดินลงไปก็จะเป็นเส้นทางเดินยาวกว่า 2 กิโล ไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่ให้นึกภาพประตูน้ำผสมคลองถม(กร๊าซ) สองข้างเป็นร้านขายของต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นของพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆน้อยๆ บลาๆๆๆ แน่นอนว่าไปจีนย่อมดังเรื่องของแบรนด์ก๊อปราคาถูกอยู่แล้ว ที่นี่ปกติเลยจะมีคนไทยมาช็อปเยอะค่ะ มีป้ายภาษาไทยด้วยนะ แถมหลายๆร้านคนขายก็พอกล้อมแกล้มภาษาไทยได้ด้วย(พอนึกภาพออกเลยเนอะว่าคนไทยมากันเยอะขนาดไหน - w -)
เรื่องราคา จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ถูกนักหรอกนะคะ(ถ้าไม่ต่อ) แต่ไปซื้อแบบนี้ไม่ต่อไม่ได้นะคะ!! จะโดนฟันยับเข้าให้น่ะสิ ร้านเค้าก็จะโก่งราคาไว้ก่อนแหละดังนั้นไม่ต้องคิดมาก สนใจอะไรก็ถามราคาแล้วต่อให้ลดซัก 50-70% ไว้ก่อนได้เลย แล้วว่ายังไงค่อยเจรจา(ภาษาเครื่องคิดเลข)ต่อไป บางทีถ้าเราเห็นว่ามันน่าจะถูกกว่าที่เค้าให้ได้อีกจริงๆ ก็มีเทคนิคว่าเดินออกจากร้านไปเลยค่ะ ด่ามาก็ช่าง ฟังไม่ออกซะอย่าง(เหอๆ) ถ้าเค้าง้อเดี๋ยวก็มาเรียกเรากลับไปเอง(พร้อมราคาสมใจเรา อิอิ) ถ้าเค้าไม่ง้อก็ไปร้านอื่น ไม่ก็กลับไปง้อเค้าถ้าวอนท์จริงๆ เหอๆๆ
การต่อที่เกดลงมือแล้วคิดว่าโอเคก็ ไปได้กระเป๋ามาใบนึง จากราคาแรกสุด 285-->150-->130-->80-->75-->60 หยวน สุดท้ายเหลือ 50 หยวน... ขำๆนะคะลุงคนขาย!! (ไอ้สองร้อยแปดสิบห้าหยวนน่ะ คูณห้าเข้าไปสิ ราคานั้นน่ะ ตรูไปเข้าห้างไม่ดีกว่าเรอะ!?)
เท่าๆที่เดินดูไป เห็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่ขายส่วนใหญ่ก็เห็นเสื้อสาวๆแนวออกพังค์เล็กๆโกธิคน้อยๆกุ๊กกิ๊กหน่อยๆซะเยอะอยู่ คาดว่าที่โน่นกำลังอินสินะ?
ส่วนของที่คิดว่าถูกดร๋อยกว่าซื้อเมืองไทยมากก็อย่างเช่น รองเท้าบูท ซึ่งส่วนใหญ่ราคาราวๆ 200 กว่าบาท (แต่ไม่ได้ซื้อ เพราะขี้เกียจลอง ลองแล้วไม่เอาเดี๋ยวโดนแม่ค้าเอาบูทฟาด หนูพูดจีนไม่ได้ค่ะ = =") แล้วก็เสื้อโค้ททั้งหลายแหล่ แม่อิชั้นซื้อได้มาตัวนึงราคา 175 บาท(ต่อแล้ว แต่ลดไปนิดเดียวแหละ)...O o!!!
.
...และแล้ว คืนวันสุดท้ายก็ไปสนามบินนานาชาติเฉินตูที่เดิมเพื่อขึ้นเครื่องกลับสนามบินดอนเมือง ประเทศไทยค่ะ~ (ดอนเมืองตอนตีสามเดี๋ยวนี้ผีหลอกดีนะ^^;)
จบทริปไปเมืองจีน จิ้วไจ้โกว-เฉินตู โดยสวัสดิภาพ วู้ว~~
..
=========================
.
ยาวเนอะ.. 55+ ปาเข้าไปสองเอนทรี่ยาวๆกว่าจะจบ
ตั้งแต่เอนทรี่หน้าไปก็คงกลับสู่สภาพเดิม เป็นบล็อกแฟนอาร์ตมั่วๆดองๆ(เฮ้ย อันหลังไม่ดี=[]=!)เหมือนเดิม~
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านบันทึกการไปเที่ยวที่ไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระอะไรเท่าไรของเรามาจนถึงตรงนี้นะคะ ยาวขนาดนี้ยังอุตส่าห์ใจดีอ่านกัน น่ารักจริงๆ มาให้กอดที มา! \(>3<)/~ (<< ยืมมุกจากบล็อกลูกสาว)
ไว้พบกันใหม่เอนทรี่หน้าค่ะ~
..
=========================
.
ps. ตอนนี้ดูมังกรหยกภาคที่ฉายช่องสามอยู่... อืม เวลาเห็นคนในเรื่องตะโกนว่า "เอี้ยก้วยยยยยยยยยยย"(ลากเสียงคำว่า ก้วย แบบยาวสะใจ) มันน่าสนุกดีพิลึกนะ? = = (<<ไม่เข้าใจตัวเอง) แต่ภาคนี้เซียวเหลงนึ่งสวยก็จริง แต่หน้าเด้กเด็กอย่างน่าตกใจ ใครรู้บ้างว่านักแสดงเธออายุเท่าไรคะ?? ...และอีกนิด ชอบอึ้งย้งภาคนี้จังเลย โฮวววว~~~ (แต่ก๊วยเจ๋งภาคนี้...เห็นแล้วคิดถึงเล่าปี่โหมดสว่าง ทำไมนะ ทำไมทำไม!?~ =w=;;;)
ps2. Pop'n Music 15อาซากิซังบันซายยยยยย senaxบันซายยยยย เดสซังบันซายยยย จะเอา TOMOSUKEด้วยอ่า~~ \(*q*)/~~~!!! จะว่าไป โรคุใน hip rock4 หัวฟ้าอควา เสื้อแดงแจ๋ ผ้าพันคอดำปื้ด ร่มน้ำเงินสด..สีสุดยอดจริงๆนะนายจ๋า =[]=!!!
ps3. ยังไม่ออกจากเรื่องเกม เพิ่งเล่น Suikoden II จบอีกรอบ หลังจากที่จบไปสองรอบเมื่อชาติที่แล้ว และก็ไม่ได้เล่นอีกเลยตั้งแต่เปลี่ยนเครื่องเป็นเพลย์สอง... เกมบร้าไรไม่รู้ว~ทำไมมันดีอย่างเง้ ทำไมมันสนุกอย่างเง้!!!! ฮือ...รักโคนามิจัง TwT (อ๊ะ..จะว่าไป เกมในps.ข้างบนก็โคนามินี่นะ...)
ps4. งาน Comicon Roadวันอาทิตย์นี้ไปแน่นอนนะค้า~ ไม่รู้ว่าจะได้ไปถ่ายรูปคอสมาลงหรือเปล่า... แต่คิดว่าคงไม่ มีแต่กล้องมือถือแบบนี้ ไปฉกรูปจากเพื่อนเอาน่าจะรุ่งกว่า = ="
ps5. ช่วงนี้กำลังนั่งทำโดกบเล่นๆ...ถ้าทันอาจจะลงเอนทรี่หน้าก็ได้นะ ใครจะรู้?? : P
)

เห็นบรรยากาศแล้วอยากไปสัมผัสจัง
อยากหนีอากาศร้อนและฝนตกประเทศไทยไปจีนจริงๆ
ไม่เคยเห็นหิมะเล้ยย อยากเห็นของจริง กรั๊กๆๆ...
ว่าแต่วิวแต่ละที่ สวยจังครับๆ ชอบบรรยากาศแบบนี้จัง
เหอๆ มีห้องบริการ Oxegen ด้วย.. กลัวหายใจไม่ออกเหรอ?? - -"
ปล.หมีแพนด้า หมีแพนด้า หมีแพนด้า หมีหมีแพนด้า น่าร๊ากกกก
#1 By PCHY* on 2007-05-07 15:09