กลับมาแล้วค่า~

สวัสดีทุกท่านอีกครั้งหลังจากที่หายไปเสียนานนนนนนนะคะ เหะๆๆ (อีกแล้ว)

อย่างที่ว่าไว้ในเอนทรี่ที่แล้วว่าจะอพยพลี้ภัยความร้อน... ดูชื่อเอนทรี่นี้ก็คงกระจ่างแล้วเนอะ ว่าช่วงที่ผ่านมาเนี่ย เจ้าของบล็อกหายหัวแบบตามตัวไม่เจอไปเสียถึงไหนมา 55+

เอนทรี่นี้กลับมาก็จะขอเม้าท์ๆ+แปะๆรูปที่ไปสถานที่ที่ไปชมมาสัก(ไม่)หน่อยแล้วกันนะคะ : D~~

จะตัดเป็น 2 เอนทรี่นะคะ เพราะรู้สึกว่าจะยาวแหะ

อ้อ อีกนิด.. เนื่องจากว่า ที่ไปเนี่ย เราไปกับแม่กับป้าอีก 2 คน เราจึงกลายเป็นคนถือกล้องไปโดยปริยายเพราะร่างกายหนุ่มสาวมันวิ่งไปถ่ายรูปนู่นนี่ได้คล่องกว่า... คือแม่ว่าอย่างนั้นน่ะ=w=;;

แต่ทว่า ความจริงที่ถูกมองข้ามไปก็คือ อิเกดไร้ฝีมือด้านการถ่ายรูปอย่างยิ่ง ปกติไปงานคอสก็ฉกรูปจากกล้องเพื่อนเอา ไม่นิยมถ่ายเอง.. ดังนั้น ขอโทษล่วงหน้านะคะและก็ขอย้ำอีกทีว่า ของจริงเค้าสวยจริงๆนะ ...สวยกว่าในรูปน่ะ เหอๆๆ

แล้วก็ ถ้าข้อมูลตรงไหนมีผิดพลาดไป ก็ต้องขอโทษล่วงหน้าอีกรอบนะคะ เพราะเกดจะจดก็หยิบสมุดขึ้นมาจดไม่ค่อยทัน แถมฟังๆไปแล้วก็ลืมอีก ^^;;

เอ้า! เริ่ม~

.

==================================

.

** warning ยาวแท้+แปะกว่า 23 รูป...เน็ต 56k ออร์ บิโลว โหลดอาจโหดนะเคอะ!! **

.

ไปคราวนี้ถ่ายรูปมาเยอะเหมือนกัน แต่ขอเลือกๆมาแปะแล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะเยอะเกิน (เอิ๊ก~)

ก่อนอื่น นิดนึงเกี่ยวกับที่ๆไปมา ตามแผนที่ที่ไปแอบถ่ายเค้ามาโลด

สีม่วงเป็นเส้นทางขาไป ส่วนสีชมพูเป็นขากลับค่ะ

ทั้งหมดนี้ อยู่ในมณฑลเสฉวน แถวๆภาคตะวันตกของจีนค่ะ

ถ้าสังเกตรูปที่จะเอามาแปะต่อไปนี้ ก็จะเห็นว่ามีแต่เทือกแต่เขาเสียมาก ทั้งนี้ เพราะมณฑลนี้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขา มีที่ราบแค่ 10% เองค่ะ

ซึ่งช่วงที่ไป (เมษา) เนี่ย ไกด์คนท้องถิ่นบอกว่า อยู่ในช่วงเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิค่ะ ดังนั้นอากาศจะค่อนข้างดี (ส่วนหมอกๆมัวๆนั่นเป็นเรื่องธรรมดาของมณฑลนี้อยู่แล้ว) ถ้าเป็นบนเขา อุณหภูมิก็ราวๆ 1-8 องศาส่วนในเมืองอย่างเฉินตูเนี่ย คิดว่าราวๆ 15-20 องศา สบายแท้ แต่ที่ไม่ดีก็คือ ช่วงนี้น้ำอาจจะน้อยอยู่ซักหน่อย ทำให้วิวบนจิ่วไจ้โกวกับหวงหลงอาจจะไม่วิ้งๆ คิระคิระเท่าไรนัก

ลงสนามบินที่เฉินตู (กรอบเหลี่ยมล่างสุด) แล้วก็ขึ้นรถบัสทัวร์ ขำๆตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม ขึ้นเขา อ้อมเขา ลัดเขาไม่รู้กี่โค้งต่อกี่โค้ง ไปถึงจิ่วไจ้โกว (กรอบเหลี่ยมบนสุด) ซึ่งก็หมดวันแรกของการท่องเที่ยวไปอย่างไม่ต้องสงสัย

รูปนี้ถ่ายมาจากในรถ เอาให้เห็นเส้นทางขึ้นเขาแบบคร่าวๆ เส้นๆนั่นถนนค่ะ ส่วนขาวๆนั่นก็กองหิมะที่ยังละลายไม่หมด

...อืม เขาซ้อนกันเป็นชั้นเชียว... มนุษย์เมารถขั้นอันตรายอย่างเรารอดชีวิตมาได้ยังไงเนี่ย =[]="?

.

วันที่ต่อมา เช้าก็ออกจากที่พักในจิ่วไจ้โกวแล้วก็ไป วนอุทยานจิ่วไจ้โกว

จะเข้าไปในอุทยานนี้ เค้าไม่ให้รถส่วนตัวเข้าค่ะ แต่จะมีสถานีบริการรถบัสของอุทยาน และที่รอรถบัสตามจุดต่างๆในอุทยานไว้บริการค่ะ

จากนี้ไปจะเป็นส่วนหนึ่งของรูปที่ถ่ายจากข้างในวนอุทยานค่ะ~

น้ำตกมโหฬาร เป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในจิ่วไจ้โกวค่ะ ความกว้างประมาณ 300 เมตร ...น้ำอาจจะดูน้อยไปหน่อย อ่า...มาช่วงนี้ก็แบบนี้ล่ะเน่อ (แต่คนก็เยอะนะ)

ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี อันนี้ส่วนตัวเราว่าสวยมากกก~ น้ำเป็นสีฟ้า! ฟ้า! ฟ้า! ฟ้าอย่างโกหกมากยังกะใช้คอมทำ แถมยังใสดิ๊งแบบมองเห็นก้นทะเลสาบได้สบาย ดูจากในรูปเนี่ย จริงๆแล้วมันลึกกว่าที่คิดมากนะคะ เหอๆ

ที่อีกมุมหนึ่งของทะเลสาบ ถ้ามีแสงอาทิตย์ส่องจะสามารถเห็นน้ำเป็นสองสี และถ้าโชคดี ลมไม่พัด น้ำนิ่งล่ะก็ทะเลสาบจะสะท้อนภาพได้ใสเหมือนกระจกเลยค่ะ ตามรูปข้างบนนี่เลย

น้ำตกธารไข่มุก กว้างประมาณ 100 เมตร มีจุดเด่นตรงความลดหลั่นและความซับซ้อนของหลืบถ้ำน้ำตกค่ะ ด้านบนตรงก่อนที่จะเป็นน้ำตกนี่เป็นธารน้ำตื้นๆไหลผ่านหินและต้นไม้เตี้ยๆ สามารถเดินขึ้นไปชมได้ค่ะ

ตามเส้นทางการชมอุทยานจะเห็นธงทิเบตแบบนี้อยู่เป็นระยะๆค่ะ

ซึ่งชาวทิเบตมีความเชื่อว่า การจารึกคัมภีร์ลงบนธงเช่นนี้ ลมพัดธงครั้งหนึ่งก็จะเปรียบได้กับการอ่านคัมภีร์ครั้งหนึ่งค่ะ

.

หลังจากที่ชมธรรมชาติเสร็จแล้ว ก็เที่ยวชมและซื้อของที่ระลึกใน 1 ใน 9 หมู่ชาวทิเบตในจิ่วไจ้โกวค่ะ

ซึ่งหมู่บ้านทั้ง 9 หมู่บ้านนี้ก็เป็นที่มาของชื่อ "จิ่วไจ้โกว" นั่นเอง (จิ่ว = 9 // ไจ้ = หมู่บ้าน??? รึเปล่านะ ไกด์บอกแล้ว แต่ลืม =w=;;)

บ้านเรือนจะปลูกไล่เป็นชั้นๆขึ้นไปบนเขาค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีสีสดและมักจะเพนท์ลายรูปวาดบนผนังบ้านค่ะ

ส่วนนี่อยู่ตรงหน้าหมู่บ้านค่ะ ที่เห็นเป็นรูปทรงกระบอกเยอะๆนั่น เห็นคนเดินหมุนไล่ทีละอันเรียงไปเรื่อยๆ คาดว่าหมุนแล้วเฮง(?)

.

หลังจากเที่ยวชมจิ่วไจ้โกวเรียบร้อย จุดมุ่งหมายต่อไปคือ หวงหลง (อุทยานมังกรเหลืองหวงหลง) ค่ะ ดูจากแผนที่ที่แปะไว้บนสุด ก็วงกลมสีชมพูวงบนเลยค่ะ~ (เริ่มลงมาแล้ว วู้ว~)

วันนี้อากาศหนาวดึ๋ยมากๆ.. ขนาดเก้าโมงเช้า เริ่มสายแล้วยัง 3 องศา(ไกด์บอก) นี่ตรูอยู่ในตู้เย็นเรอะ!!!?? =[]=!!?

แล้วระหว่างที่นั่งรถบัสไปหวงหลง ผ่านหมู่บ้านชาวเฉียง ซึ่งตามทางนี่ น้ำแข็ง หิมะกับจามรี หาดูได้ไม่ยากเลยค่ะ ช่วงที่แวะเข้าห้องน้ำเลยแอบถ่ายรูปหมู่บ้านมาจิ๊กนึง... แถวนี้ค่อนข้างชุมชนใหญ่ เจริญดีค่ะ

...ลืมบอกไป เชื่อหรือไม่ว่าจานดาวเทียมที่นี่หาง่ายโคดๆ ไม่ว่าจะบ้านเล็กบ้านน้อยในหุบในเหวแค่ไหน อิชั้นก็เห็นเค้ามีกันทุกบ้านเลยค่ะ! โว้ว!!!~ *[]*

ก่อนจะไปถึงอุทยานหวงหลง รถบัสก็พาเราไปขึ้นยอดเขาสูงใกล้ๆนั้น....สูงที่สุดรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าสูงมากกกก ขับรถวนขึ้นเขากันมโหระทึกครึกโครม เลี้ยวโค้งไม่ต่ำกว่าพันโค้งแน่ๆ = =!! (น่าจะมากกว่านั้นเยอะนะ..) ...เกดรอดการเมารถมาได้อย่างอเมซซิ่งอีกครั้งเพราะมัวแต่ดี๊ด๊าได้ขึ้นที่สูง(มาก) เหอๆๆ (ก็กทม.บ้านเฮา มันต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอีกมิใช่เรอะคะ!!)

ถ่ายรูปยืนยันความสูงจากบนรถบัสค่ะ ...มีแต่เทือก(เขา)กับหุบ(เขา)

เทือก...ถ้าไม่สูงคงไม่เห็นเทือกหิมะระยะเสมอตาแบบนี้หรอกเนอะ~

หุบ...อันนี้ถ่ายลงมาข้างล่าง เส้นขาวๆลิบๆนั่นแม่น้ำค่ะ (แต่มันเป็นน้ำแข็งเลยขาว)

เส้นตัดนั่นคือถนน อ้อมเขากันแบบนี้เลยค่ะพี่น้อง~

ขออีกรูป เพราะเราชอบบนเขานี้มากเลยค่ะ วิวดี+สูง+ลมโกรกหนาวสะใจ >w< เสียดายที่เค้าให้ลงไปเหยียบยอดถ่ายรูปแค่แว้บเดียว แง่ง

โครตเทือกกกกกกกก... ส่วนจุดขาวๆด้านขวาล่างนั่น บ้านชาวเขาค่ะ! (เห็นกันมั๊ย อิๆ)

.

...สิบกว่ารูปแล้ว เดี๋ยวสิ นี่ยังไม่ถึงหวงหลงเลยนะ 555+

เลิกนอกเส้นทางแล้วก็ไปหวงหลงกันเลยค่ะ~

ขอเม้าท์ๆก่อน ลำธารในหวงหลงนี่ มีต้นสายไหลลงมาจากภูเขาหิมะนับพันๆปี แล้วตกตะกอนเป็นแอ่งหินปูนขั้นๆลดหลั่นลงมาค่ะ ตรงจุดยอดของหวงหลงจึงอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลขำๆชิวๆเพียง 5,988 เมตรเท่านั้น... (นั่นมันก็ 6 กิโลแล้วไม่ใช่เรอะ!!) แต่รถไม่ได้พาขึ้นไปถึงยอดเลยนะคะ ต้องเดินขึ้นจากปากทางเข้าอุทยาน (จริงๆแล้วเรียกว่า"ปากทางขึ้นเขา"น่าจะดีกว่า) เดินขึ้นไปตามทางเดินชมทัศนีย์ภาพที่จัดไว้เรื่อย ระยะทางจากทางเข้าไปถึงยอดก็ 4,200 เมตรค่ะ

เราสามารถเลือกเดินขึ้นเดินลงเอง หรือขึ้นกระเช้าแล้วค่อยเดินลงก็ได้ค่ะ (ค่ากระเช้า 80 หยวน = 400 บาท!!) ส่วนใหญ่แล้วก็เลือกเดินกันค่ะ จะได้ชมวิว(และประหยัด) แต่กระนั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไปไม่ค่อยถึงยอดเช่นกัน ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ระยะทางหรอกค่ะ แต่อยู่ที่อากาศที่เบาบางลงเรื่อยๆมากกว่า ยิ่งขึ้นไปจะหายใจลำบากขึ้นค่ะ ดังนั้น ไกด์จึงบอกว่า ที่นี่ไม่เหมาะสำหรับมนุษย์ความดันทั้งหลายที่จะเดินขึ้น ไม่ว่าจะดันต่ำ ดันสูง ดันตามแฟชั่น หรือดันทุรังสูง...(เฮ้ย! หลังๆนั่นไม่เกี่ยวแล้ว =[]=)แต่จริงๆแล้วถ้าคิดว่ายังไหว เดินก็ดีนะคะเพราะเกือบทุกๆ 100-200 เมตร จะมีที่นั่งพัก หน่วยพยาบาลหรือไม่ก็ห้องบริการออกซิเจนอยู่เป็นระยะๆค่ะ

เนื่องจากว่า คนที่บ้านที่ไปกันมีแต่สาวๆอายุเลข 4 ตอนปลายถึง 5 ตอนต้นกันทั้งนั้น เกดเลยถูกทิ้งให้เดินขึ้นคนเดียวตั้งแต่ยังไม่ 2 กิโลแรก TwT

...เอาฟะ ร่างกายหนุ่มสาว มาทั้งทีไม่เดินให้เต็มที่ก็ไม่คุ้มสิเนอะ!

จากประสบการณ์ส่วนตัว รู้สึกว่าจะยากก็กิโลครึ่งแรกเนี่ยแหละค่ะ หลังจากนั้นไปร่างกายก็จะเริ่มปรับตัวเอง ควรเดินชิวแบบสบายๆและก็ไม่ควรนั่งพัก... ยิ่งนั่งมันยิ่งเหนื่อย ถ้ารู้สึกว่าจะหายใจไม่ทันให้หยุดเดินแล้วค่อยๆหายใจลึกๆ เอาอากาศภูเขาบริสุทธิ์ๆเข้าไป ซักสองนาทีก็ refresh ได้แล้วน่อ!

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย... พอเริ่มขึ้นสูงแล้วไม่แปลกที่คนจะยิ่งน้อยลง แต่เรายังเห็นมีอาม่าอากงเดินนำอยู่หน้าเราอยู่เลยนะเออ! (คนที่นั่นเค้าแข็งแรงดีเนอะ)

เวิ่นมากแล้ว เริ่มแปะรูปบนหวงหลงเลยดีกว่าเน้~

...อย่างที่ว่าแหละค่ะ ช่วงนี้น้ำน้อย เลยเห็นเป็นแอ่งหินปูนเปล่าๆซะส่วนใหญ่ ยังมีอยู่ไม่กี่แอ่งเองค่ะที่เป็นน้ำ แต่ถึงอย่างนั้น น้ำบนนี้ก็ใสจริงๆค่ะ สะท้อนสีท้องฟ้าเป็นสีฟ๊า~ฟ้า ฟ้าใสยังกะสระว่ายน้ำใส่คลอรีนยังไงยังงั้นเลย (<< = =;;)

ตรงจุดนี้มีที่นั่งพักด้วยค่ะ ..นี่ถ้าข้างหลังไม่ใช่ภูเขาก็ดูเหมือนมาเที่ยวทะเลเลยนะเนี่ย ^^;

ด้านซ้ายของรูปเป็นทางเดินค่ะ ส่วนด้านขวาก็ธารน้ำไหล... ที่ไม่มีน้ำ ดูชั้นหินปูนไปก่อนแล้วกัน เหอๆๆ

ทางเดิน+ที่นั่งพัก ตรงนี้วิวดีนะคะ เห็นยอดเขาหิมะอยู่ด้านหลังอย่างสวยงามเลยทีเดียว~

ยิ่งสูง ยิ่งหนาว แต่ยิ่งอากาศดี และยิ่งสวยค่ะ! พอขึ้นไปได้ซัก 2-3 โลจะเห็นแต่น้ำแข็งกับหิมะเต็มไปหมด

นี่คืออะไร? ...ใช่แล้ว! มันคือน้ำตกค่ะ! แต่เป็นน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งค่ะ แปลกตาดีเนอะ~

ส่วนรูปข้างบนนี้เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่โดนหิมะกลบ กลายเป็นน้ำแข็งทั้งแอ่งเลยค่ะ ขาวโพลนนน

เดิน! เดิน! เดิน! เราจะเดินไปถึงไหนกันดีคะพี่น้อง~~ ส่วนตัวแล้ว ชอบทางเดินที่นี่จังเลย มองคู่กับวิวแล้วรู้สึกดี๊ดีอย่างบอกไม่ถูก >w<

.

...และแล้วก็ขออนุญาตขัดจังหวะเสียตรงนี้ก่อนนะคะ

จริงๆแล้วรูปบนหวงหลงยังไม่หมดเลยค่ะ แต่กลัวจะโหลดโหดเกิน (รูปละประมาณ 30kb x 23 รูป =เกือบ 700kb แหล่ว) เลยขอตัดเอนทรี่นี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

เอนทรี่ภาคต่อ กับ หวงหลง(ต่อ) เล่อซัน ง๊อไบ๊(เอ๋อเหมยซัน) และศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้าเฉินตูค่ะ~!! >w</~!!

...โอ้วมีอีกกี่รูปเนี่ย 55+

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้ำสีฟ้า........
สวยจังๆ อยากไปบ้างอ่ะ
ว่างๆ เยี่ยมกันมั่งน้า
ขอบคุณค่ะ

#1 By chenlee on 2007-05-01 14:30

เมืองจีนนี่ธรรมชาติสวยงามจริงๆ แถมมีหลายที่ด้วย ขอบคุณมากสำหรับภาพงามๆนะคะ ดูเพลินไปเลย อยากไปเที่ยวอีกจัง ไม่รู้ได้ไปกุ้ยหลินไหม แต่ที่นั่นก็ประทับใจเรามากเหมือนกันค่ะ แนะนำไว้ ทะเลเมฆงดงาม

#2 By STECHA ลา ล่า~ on 2007-05-01 17:49

แต่ละวิวสวยมาก เล่นเอาอึ้ง
อากาศคงจะหนาวมากสินะนี่

#3 By RE:GUMEAW The character group on 2007-05-01 21:49

อ้าว เมืองหมอก ไม่ใช่ไซเลนท์ฮิลล์หรอกหรอ? (/me โดนอิจิบังเอาแป๊บน้ำฟาดคว่ำ)

จิ่วไจ้โกวสวยมากเลยๆ งามสมคำร่ำลือ><b
บนหวงหลงน้ำเหมือนปามุคคาเล่ที่ตุรกีเลย หินปูนเหมือนกันเนะ~
อยากไปกลิ้งๆบนหิมะ วู้ว!!

เห็นแล้วยังไม่เชื่อ... นั่งหลายโค้งขนาดนั้นเกดไม่เมารถได้ไงอะ= ='
รอภาคสองอยู่นะ อยากเห็นหมีแพนด้า ต้า~

ปล. โคโคโระ...โอ้โน่...

#4 By K o M o . on 2007-05-02 13:48

คำถามแรกเมื่อเห็นแผนที่คือ
ไม่เมารถได้ยังไงน่ะ??!!

เห็นแล้วอยากไปเที่ยวไกลๆบ้าง
อยากออกนอกประเทศบ้าง T[]T!!!

อยากไปเที่ยวแบบเดินๆดูวิวอ่ะ
ไปเที่ยวธรรมชาติมันต้องเดินเซ่!!!
(ไปภูกระดึงกันม๊ายยยยย)

ชอบบ้านแถบทิเบตจัง เคยอ่านหนังสือภูฏาน มันคล้ายๆกันน่ารักดี~

รอภาคสองนะ อยากเห็นแพนด้า *w*

#5 By k a z on 2007-05-02 17:00

อย่างยาวว...แต่อ่าจบนะ สนุกดีๆ

ถ่ายรูปสวยมากเลยค่ะ

อยากไปมั้งจัง งืดงืด

ท่าทางอากาศจะหนาว อยุไทยมีแต่ฝนตก -*-
ธรรมชาติแท้ๆ

#7 By ParePare on 2007-05-06 16:05

หวาดดีค่ะ เราชื่อ แพรน่ะกำลังจะ Bag pack ไปเฉินตูอ่ะ เราพยายามหาข้อมูลอยู่อ่ะ เราอยากรู้ว่าถ้าไปแล้วการคมนาคมเปงงัย หรือถ้าไปเองน่ากัวไหมต้องป่ายกะทัวร์ไหมอ่ะ เราจะเดินทางวันที่11 กยนี้แล้วอ่ะ ถ้ายัง ตอบเรา ที่pair_ba@hotmail.comน่ะจ้ะ ขอบคุงมากมากน่ะค่ะ

#9 By pairy (203.99.253.13) on 2009-09-04 12:28